Reporter: แนะนำตัวหน่อยจ้า (ชื่อ เรียนจบที่ไหน ทำอะไรอยู่ ฟลายอิ้งแคสรุ่นอะไร คอร์สอะไร ฯลฯ)
พี่บอส : ชื่อบอสครับ เรียนจบจาก คณะบริหารธุรกิจ เอกการตลาด จากมหาวิทยาลัย มหิดลอินเตอร์เรียนประถม มัธยมที่เซนต์คาเบรียลครับ ตอนนี้ทำงานด้านเซลล์ ที่บริสโตน อยู่ครับ เรียน FLYINGKAS ในคอร์ส CCIS ครับ
Reporter: ทำไมถึงอยากเป็นสจ๊วตครับ
พี่บอส : อืมม เอาจริงๆเลยนะ เป็นคนชอบเที่ยว อยากเที่ยวทั่วโลก แล้วเรื่องเงินมันก็เป็นปัจจัยหนึ่ง คือจบปริญญาตรีเนี่ย งานที่ค่าตอบแทนมันค่อนข้างสูง ก็คือสจ๊วตเนี่ยหละ เราจะได้ support ดูแลคุณพ่อคุณแม่ น้องได้ด้วย
Reporter: สมัครเป็นครั้งแรกหรือเปล่าครับ
พี่บอส : พี่ได้กระบี่แอร์ไลน์ไปครับ แล้วก็เทรนอยู่ช่วงนึง ก็ออกมา แล้วไปสมัคร Jet Star แต่คราวนี้ ไม่ได้ แล้วก็มาได้งานที่บริสโตนครับ
Reporter: ตอนนี้ติดปีกสายการบินไหนครับ
พี่บอส : เอมิเรตครับ
Reporter: ขั้นตอนการสมัครและสัมภาษณ์เป็นอย่างไรบ้างครับ
พี่บอส : ก็มาพรีสกรีนกับ FlyingKAS ครับ แล้วก็ไปรอบสอง ก็ผ่านเข้าไปจนรอบสุดท้าย ตอนสัมภาษณ์รอบสุดท้าย ก็มีคนเยอะ ประมาณ 84 คน เค้าก็แบ่ง เป็น 4 กรุ๊ป จะแบ่งสัมภาษณ์เป็น 2 รอบ รอบละ 2 กรุ๊ปตอนพี่สัมภาษณ์ก็จะมีกรรมการ สองคน เป็นเซอร์เบียคนนึง อินเดียคนนึง เค้าก็จะดูแล กรุ๊ปของเค้า แต่กรรมการคนอินเดีย ที่ดูแลอีกกรุ๊ป เค้าก็จะคอยๆ เดินวนๆมาดูพี่บ้าง พี่ก็รู้สึกว่าเค้าสนใจเราเป็นพิเศษ พี่คิดว่าอาจเป็นเพราะ หน้าตาเราคล้ายๆกัน แขกๆ เหมือนกัน (ฮ่าฮ่า ) อย่างตอนที่เค้าเปิดประวัติ EK ให้ดูในห้องประชุม เค้าก็จะแซวผู้สมัครว่า อย่างผู้หญิง ต่อไปก็ต้องซื้อลิปสติก จากมิลาน อิตาลี่ ส่วนคุณผู้ชาย (แล้วผายมือมาที่พี่ซึ่งนั่งหลังๆเลย) เค้าก็แซวๆว่า จะต้องมีแฟน อย่างน้อย 5 คน ทั่วโลก เราก็ขำไปกับเค้า
Reporter: ที่เรียนจาก FlyingKAS มีประโยชน์บ้างมัยครับ
พี่บอส : มันช่วยได้เยอะนะ อย่างเวลาเรามาเรียนเนี่ย เราจะรู้ขั้นตอนหมดเลย ว่าตอนนี้เราเจออะไร ต่อไปจะเจออะไร มันช่วยให้เรา ทันเกมส์ และไม่ตื่นเกมส์ อย่างตอนพี่ไปเนี่ย วันนั้น รอบสุดท้าย พี่รู้สึกเป็นธรรมชาติมาก ไม่เกร็ง กรรมการถามมา เราก็ถามกลับบ้าง แซวมา แซวกลับ ค่อนข้างเป็นธรรมชาติมากมากครับ
Reporter: ข้อคิด แนะนำ หรือความประทับใจจากการสัมภาษณ์
พี่บอส : สำหรับผมนะ ก็เป็นธรรมฃชาติครับ
Reporter: คิดว่ากรรมการชอบเราที่ตรงไหนครับ
พี่บอส : คงหน้าตาคล้ายๆ เค้ามั้ง (ฮ่าๆ) อย่างที่บอกไปครับ ว่าวันนั้น พี่รู้สึกเป็นธรรมชาติมากๆ
Reporter: ความรู้สึกเมื่อได้ติดปีก
พี่บอส : ก็รู้สึกดีนะ ตื่นเต้น แต่อีกใจก็ ใจหายเหมือนกัน เพราะที่บ้านอยู่กัน 4 คน ก็ห่วง ว่าจะต้องไปไกลบ้านละ ห่วงน้อง ห่วงคุณพ่อ คุณแม่ แต่ก็จะพยายาม หา Route ที่ได้กลับมา กรุงเทพ บ่อยๆครับ
Reporter: รู้จักฟลายอิ้งแคสได้อย่างไร
พี่บอส : รู้จักจากเพื่อนที่ไปเทรนที่ กระบี่แอร์ไลน์อ่ะครับ
Reporter: คำแนะนำให้เพื่อนนักล่าฝันสู่ฟากฟ้า
พี่บอส : ก็อาชีพนี้เนี่ย มันเป็นอาชีพที่จะต้องเจอผู้คนหลากหลายนะ หลากหลายวัฒนธรรม เราต้องเข้าใจตัวเองก่อนว่าจะรับได้มั้ย บางคนไปอยู่ ได้ปีนึงแล้วลาออก เพราะ รับวัฒนธรรมของเค้าไม่ได้ แต่เรื่องพวกนี้ก็ไปบอกเค้าห้ามเค้าก็คงไม่ได้หรอก บางคนก็อยากจะไปลองเอง ลองไปอยู่ก่อนอะไรแบบเนี้ยครับ ก็คือพี่อยากให้ รู้จักตัวเอง และ เลือกสายการบินให้แหมาะกับตัวเอง จะได้อยู่ได้นานๆครับ
Reporter: พี่บอสมีแนวคิดในการทำงานอย่างไรครับ
พี่บอส : สำหรับผมนะ งานบริการ เราต้องเจอหลากหลายมากๆ เวลาทำงาน เราเจอใครดุ ใครว่า ก็อย่าเก็บมาคิด ว่าเค้าเกรียดเรา ไม่ชอบเรา อย่าเอามาคิดเป็นเรื่อง personal อย่างไปคิดอย่างนั้น มันเป็นงานครับ ก็นำที่เค้าพูดมาคิดว่าจริงมั้ย และก็หาทางปรับปรุง หรือ ข้ามมันไปครับ
Reporter: ถ้ามีคนถามว่างานบริการ กับ ผู้ชาย ... พี่บอสจะว่าไงครับ
พี่บอส : ก็ปกติส่วนมากงานด้านนี้ เค้าก็จะเลือกผู้หญิงนะ แต่ผู้ชายก็ทำได้ คนที่มีลักษณะ ชอบพบปะผู้คน ชอบสังสรรค์ บุคลิกก็จะเป็นแบบนั้น อย่างสายการบินพี่เนี่ย ผู้ชาย ก็จะดูเข้มแข็งไปเลย อย่างของไทย อาจจะดูหวานๆ นอบน้อม แต่วัฒนธรรมที่นู่น เค้าแข็งกว่าเราหน่อย ^^ ครับ
Reporter: ขอบคุณพี่บอส มากๆครับ (รุ่นพี่ผู้สัมภาษณ์เอง) ขอให้พี่ทำงานมีความสุข เก็บเงิน ร่ำรวยๆ นะครับ ^ ^